ปุ่มเปลี่ยนการแสดงผล

เปลี่ยนขนาดตัวหนังสือ

ตัวหนังสือขนาดเล็กลง ตัวหนังสือขนาดปกติ ตัวหนังสือขนาดใหญ่ขึ้น

เปลี่ยนสีตัวอักษรและสีพื้นหลัง

ตัวหนังสือเหลืองพื้นดำ ตัวหนังสือและพื้นหลังปกติ ตัวหนังสือขาวพื้นดำ

เปลี่ยนภาษา

 English

เมนูหลักแบบแฟลช




My Blog
My Playlists


ลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ออนไลน์
FPO Junior Camp
FIS Mail
เครือข่ายวายุภักษ์
E-Learning
sec
  หน้าแรก > สิ่งพิมพ์ > บทความวิชาการ >
บทเรียนมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น

บทเรียนมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น

บทสรุปผู้บริหาร

          ในช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐได้แข็งค่าขึ้นมาก ซึ่งเกิดจากการเก็งกำไรในค่าเงินบาทในตลาดพันธบัตรเป็นสำคัญ ธปท. จึงออกมาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้น (Unremunerated Reserve Requirement: URR) ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมการไหลเข้าของเงินทุน (Capital Control) ในรูปแบบเดียวกันกับที่หลายประเทศได้เคยใช้ในทศวรรษ 1990 กลุ่มการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จึงได้ทำการวิเคราะห์ถึงรูปแบบและประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมเงินทุนในกรณีของต่างประเทศ รวมถึงประยุกต์บทเรียนต่างประเทศเข้ากับกรณีของไทย โดยมีใจความสำคัญดังนี้

          -  รูปแบบของมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า:  มาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้นของ ธปท. มีความคล้ายคลึงกับมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าที่ประเทศในแถบละตินอเมริกาและมาเลเซียได้เคยใช้มาก่อนในช่วงทศวรรษ 1990 และจากการศึกษาถึงประสบการณ์ รูปแบบและประสิทธิภาพของมาตรการจำกัดเงินทุนไหลเข้าที่ประเทศดังกล่าวได้ใช้ พบว่ามาตรการจะมีประสิทธิภาพในระยะสั้นเท่านั้น ในขณะที่จะไม่สัมฤทธิ์ผลนักในระยะยาว เนื่องจากนักลงทุนจะสามารถอาศัยช่องว่างของนโยบายและเครื่องมือทางการเงินใหม่ ๆ ในการหาประโยชน์จากการเก็งกำไรได้ นอกจากนั้นประเทศต่าง ๆ มักจะใช้มาตรการดังกล่าวเพียงช่วงสั้น ๆ ในระหว่างวิกฤติเท่านั้น เนื่องจากมาตรการดังกล่าวอาจทำลายความเชื่อมั่นของการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว

          -  การประยุกต์บทเรียนต่างประเทศเข้ากับกรณีของไทย: ในระยะสั้นแล้วมาตรการดังกล่าวสามารถสกัดกั้นการไหลเข้าของเงินทุนได้ทำให้ค่าเงินมีทิศทางอ่อนลง แต่ในระยะยาวแล้วไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเนื่องจากตลาดมักหาช่องทางอื่น ๆ ในการไหลเข้าเก็งกำไรในสินทรัพย์สกุลเงินท้องถิ่น นอกจากนั้น การใช้มาตรการควบคุมการไหลเข้าเงินทุนต้องทำควบคู่กับการปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจที่บิดเบือน จะช่วยลดการเก็งกำไรค่าเงินและทำให้การไหลเข้าของเงินทุนสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น นอกจากนั้นการใช้มาตรการดำรงเงินสำรองนำเข้าระยะสั้นเป็นเวลานานนั้นอาจทำให้เกิดผลเสียต่อความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติและอาจกระทบต่อการลงทุนโดยตรง (FDI) ได้ ดังนั้น สศค. วิเคราะห์ว่ามาตรการดำรงเงินสำรองนำเข้าระยะสั้นควรจะนำมาใช้เพียงชั่วคราวและในระยะสั้น ๆ เท่านั้น ขณะเดียวกันการปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจที่บิดเบือนที่เป็นสาเหตุของการเก็งกำไร รวมถึงการประชาสัมพันธ์ถึงความชัดเจนในแนวนโยบายด้านการลงทุนจากต่างประเทศ น่าจะนำไปสู่การลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอันจะเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน

          ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินบาททำสถิติใหม่ในการแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินประเทศคู่ค้าสำคัญ 11 ประเทศ ซึ่งการแข็งค่าขึ้นครั้งนี้เกิดจากการเก็งกำไรค่าเงินบาทในตลาดพันธบัตรเป็นสำคัญ ธปท. จึงออกมาตรการหลายประการในการควบคุมการเก็งกำไร โดยในวันที่ 18 ธันวาคม 2549 ธปท. ได้ออกมาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้น อันเป็นมาตรการควบคุมการไหลเข้าของเงินทุน (Capital Control) ระยะสั้นในรูปแบบเดียวกันกับที่หลายประเทศในละตินอเมริกาและมาเลเซียได้เคยใช้ในปี 2533-42 กลุ่มการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จึงได้ศึกษาถึงรูปแบบและประสิทธิภาพของมาตรการนี้ในกรณีของต่างประเทศ รวมถึงประยุกต์บทเรียนต่างประเทศเข้ากับกรณีของไทยพร้อมทั้งเสนอแนะถึงมาตรการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการค่าเงินบาทในระยะยาว โดยบทวิเคราะห์นี้มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้


สามารถอ่านเอกสารโดยละเอียดได้จากเอกสารประกอบ

 ย้อนกลับ
 เอกสารประกอบ

GFS FI&SFI FPO mail FPO Info สหกรณ์ออมทรัพย์ สศค. ศูนย์ปฏิบัติการใสสะอาด สลิปเงินเดือน FPO Twitter Facebook PMQA พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ มติ ครม. 1359 ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายการออมและการลงทุน ข้อมูลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ(SFIs) การให้ความรู้ทางการเงิน ประชุม 3 M DPIS ประกาศราคากลาง  ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สมัครงาน ชมรมอดีตข้าราชการ สศค. การจัดทำความตกลง FATCA เว็บไซต์แนะนำ จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน แถลงผลงาน รอบ 6 เดือน การไปปฏิบัติงานต่างประเทศ deposit โปรแกรม IRR